สวัสดี บุคคลทั่วไป

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - guupost

หน้า: [1] 2
1


สำหรับคนที่ชอบน้ำหอมเป็นชีวิตจิตใจอย่างเราเมื่อไหร่ที่เดินผ่านเคาน์เตอร์น้ำหอม เป็นต้องแวะเวียนเข้าไปดู และสูดกลิ่มหอม ๆ ของน้ำหอมกลิ่นใหม่ ๆ อยู่เป็นประจำ และก็เป็นปกติที่จะต้องมีน้ำหอมติดไม้ติดมือกลับมาบ้านด้วยแทบจะทุกครั้ง และก็เป็นปกติอีกเช่นกันที่จะโดนแฟนดุเสมอว่าซื้อจนไม่มีที่จะเก็บจะวางแล้ว(.....แฮร่.....) จะให้ทำงัย ก็คนมันชอบนี่น่า และก็เชื่อว่าสาว ๆ แทบจะ100% เลยก็ว่าได้ คงจะโปรดปรานน้ำหอมเช่นกัน

เข้าเรื่องเลยดีกว่า วันนี้มีเวลาว่างมากถึงมากที่สุด ก็เลยอยากจะทำตัวให้เป็นประโยชน์กับสังคมออนไลน์บ้าง ด้วยการแต่งตั้งตัวเองให้เป็นกูรูด้านน้ำหอมเพื่อที่จะมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่ชอบในกลิ่นของน้ำหอมเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบว่าน้ำหอมแบ่งได้กี่ชนิด และควรใช้น้ำหอมอย่างไร
น้ำหอมที่วางจำหน่ายกันอยู่โดยทั่ว ๆ ไปนั้นจะแบ่งตามความเข้มข้นของหัวน้ำหอมเป็นหลัก ซึ่งแบ่งออกมาได้ 3 ระดับ คือ
EAU DE PARFUM (โอเดอเพอร์ฟูม) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 15-18 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดทนนานราว 10-12 ชั่วโมง
EAU DE TOILETTE (โอเดอทอยเล็ตต์) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 4-8 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดอยู่ได้นานราว 6-8 ชั่วโมง
EAU DE COlONGE (โอเดอโคโลญจน์) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 3-5 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดอยู่ได้นานประมาณ 4-5 ชั่วโมง
ส่วนตัวแล้วเราชอบ EAU DE PARFUM มากที่สุด เนื่องจากว่าติดทนนานที่สุด แม้ว่าราคาก็จะสูงกว่าน้ำหอมแบบอื่น ๆ อยู่พอสมควรเลยทีเดียว แต่ถ้าเราใช้ให้เป็น ก็สามารถเซฟได้ ไม่ต้องถามนะว่าทำอย่างไร รบกวนอ่านต่อเลยจ้า
จากที่เคยได้ยินมา(จากไหนไม่รู้จำไม่ได้ ไม่ต้องถามกันเข้ามานะคะ) 8 จุดชีพจรที่ควรฉีดน้ำหอมได้แก่ ซอกคอ 2 ข้อมือ 2 ข้อพับแขน 2 และข้อพับขา 2 เพราะว่าจุดดังกล่าวมีความร้อน จะทำให้น้ำหอมส่งกลิ่นได้ดีทำให้ประหยัด และก็มีหลายคนเข้าใจว่าต้องฉีดให้ครบทั้ง 8 จุด ไม่ใช่นะคะ ฉีดแค่จุดใดจุดหนึ่งหรือ 2 จุดก็พอ หรือถ้าใครไม่ต้องประหยัด อยากฉีดให้ครบทั้ง 8 จุด ก็ไม่ว่ากันค่ะ
ทีนี้มาถึงเรื่องของการเก็บรักษาน้ำหอมกันบ้าง บางท่านซื้อ EAU DE PARFUM มาใช้ แต่เสียดายกลัวหมดเร็ว ไม่อยากใช้เยอะ บอกเลยว่าซื้อมาแล้วก็ต้องใช้ให้หมดตามระยะเวลาด้วยนะคะ เนื่องจากว่าน้ำหอมแต่ละประเภทมีอายุการใช้งาน เก็บไว้นานเกิน กลิ่นเปลี่ยน สีเปลี่ยนนะจะบอกให้ อายุคร่าว ๆ ก็ตามนี้นะคะ
EAU DE PARFUM  เปิดใช้แล้วอยู่ได้ 1 ปี ถ้ายังไม่เปิดสามารถเก็บได้ราว ๆ 3-4 ปี
ส่วน EAU DE TOILETTE และ EAU DE COlONGE เปิดใช้แล้วอยู่ได้ 1-2 ปี ถ้ายังไม่เปิดสามารถเก็บได้นาน 2-3 ปี
หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้ความรู้ในการเลือกซื้อและใช้น้ำหอมกันไปพอสมควรเลย ทิ้งท้ายไว้สักนิดว่าหากใครกำลังมองหา EAU DE PARFUM กลิ่นหอม ๆ ติดทนนานสุด ๆ ลองแวะเข้าไปที่เว็บไซต์ด้านล่างที่เราแปะลิงก์ไว้ได้เลยนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/fragrance/women-s-perfumes/miracle.html
https://www.lancome.co.th

2


สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกท่านที่ให้ความสนใจเข้ามาอ่านรีวิวของเราอยู่ตลอด รีวิวนี้นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้(แฮร่.........) แบบว่ารีวิวไปเรื่อยเปื่อยจริง ๆ เลยจำไม่ได้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ ครั้งที่เท่าไหร่ก็ช่างเหอะ เพราะมันไม่ได้สำคัญอะไร เรามาดูสิ่งที่เราจะนำมารีวิวกันในวันนี้ดีกว่าว่าคืออะไร

ไอเทมเด็ดที่เราจะมารีวิวกันในวันนี้นั้นก็คือ TEINT MIRACLE FOUNDATION รองพื้นบางเบา ที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมา เป็นตัวล่าสุดจาก lancome ที่ทางแบรนด์นั่นเคลมมาว่าให้ความชุ่มชื้นขั้นสุด ให้ผิวผ่องโกลว์ สวยแบบธรรมชาติ เนื้อสัมผัสของรองพื้นที่บางเบาสุด ๆ แต่กลับให้การปกปิดที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด จึงทำให้ผิวของคุณโกลว์สวย แลดูสุขภาพดี ดุจผิวธรรมชาติ เป็นผลิตภัณฑ์รองพื้นสูตรฟลูอิดที่พัฒนาขึ้นเพื่อสาวเอเชียโดยเฉพาะ

ที่จริงแล้วเราใช้ รองพื้น TEINT MIRACLE FOUNDATION ตัวนี้หมดไป 2 ขวดแล้ว พูดตรง ๆ เลยว่าตอนหาซื้อมาใช้ครั้งแรกนั้นไม่คิดว่า รองพื้นบางเบา จาก lancome ตัวนี้  จะทำได้ดีเช่นนี้  ตอนนี้ที่มาเขียนรีวิวครั้งนี้ นับเป็นขวดที่ 3 ที่เราเลือกซื้อมาใช้ เหตุผลหลัก ๆ เลยที่ประทับใจมาก ก็เพราะว่าเป็นรองพื้นที่ปกปิดได้เนียนสนิทมากโดยที่ไม่ได้รู้สึกหนา หรือรู้สึกหนักหน้าแต่อย่างใด ส่วนตัวแล้วเราใช้เบอร์ BO-02  ซึ่งเป็นโทนที่ใกล้เคียงกับสีผิวเรามากที่สุด จากรองพื้นมากกว่า 5 ยี่ห้อที่เรามีอยู่ อันเดอร์โทนของรองพื้นมีความเหลืองอยู่ในเม็ดสีที่กำลังพอดี นอกจากสีของรองพื้นที่พอดีกับสีผิวของเราแล้ว รองพื้นตัวนี้ ยังช่วยทำให้ผิวของเรานั้นดูเปล่งปลั่งขึ้นด้วย  ด้วยเนื้อที่บางเบาของรองพื้นสามารถกลืนไปกับผิวเราและเซ็ทตัวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่เหลือความเหนอะหนะอยู่บนผิวหน้าเลยแม้แต่น้อย พูดเลยว่าเหมาะกับสภาพอากาศของบ้านเรามาก ๆ เลยค่ะ ปกติแล้วเราเป็นคนผิวผสม ค่อนข้างไปทางมันนิดหน่อย ถ้าอากาศเริ่มร้อน ความเยิ้มจะเริ่มไต่มาจากที่จมูกเป็นอันดับแรกเลย ก่อนจะไหลและย้อยไปที่อื่น ๆ แต่พอได้ใช้ รองพื้นบางเบา จาก lancome ตัวนี้ เอาอยู่หมัดเลย บอกเลยว่าโอเคมาก ๆ เลย แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนที่มีผิวหน้ามันมาก เราขอแนะนำให้ใช้ รองพื้นบางเบา ตัวนี้คู่กับแป้งควบคุมความมันด้วย จะช่วยได้เยอะเลย เพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังมองหา รองพื้นบางเบา ในราคาแบบสบายกระเป๋า เราขอแนะนำ รองพื้น TEINT MIRACLE FOUNDATION ตัวนี้เลย ย้ำกันอีกครั้งว่าใช้ดีจริง ๆสามารถเข้าไปสั่งซื้อสินค้าได้ที่ Website : https://www.lancome.co.th/th/lc-teint-miracle-foundation.html
หรือเข้าไปเลือกซื้อสินค้าอื่น ๆ จากแบรนด์ lancome ได้ที่ https://www.lancome.co.th

3


บลัชออน ( Blush on )นับว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่สาว ๆ ส่วนใหญ่พกติดตัวติดกระเป๋าเครื่องสำอางอย่างแน่นอน เพราะ บลัชออน ( Blush on )นั้นเป็นตัวช่วยอย่างดีที่จะช่วยทำให้สาว ๆ ได้ลุคสวย ๆ อย่างง่าย ๆ ช่วยให้พวงแก้มของสาว ๆ นั้นดูสวยและแลดูสุขภาพดีมีสีสันสวยเปร่งปรั่งอย่างเป็นธรรมชาติ แต่สำหรับสาว ๆ มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหัดแต่งหน้าแต่งตากันนั้น อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับไอเทมเด็ดตัวนี้กันสักเท่าไหร่ ในวันนี้เราขอพาเพื่อน ๆ ที่เป็นน้องใหม่ไปทำความรู้จักกับบิวตี้ไอเทมที่มีชื่อว่า บลัชออน ( Blush on )กันอย่างละเอียด

บลัชออน ( Blush on ) นั้นคือเครื่องสำอางสำหรับปัดบริเวณแก้มที่จะให้เฉดสีออกไปทางสีชมพูหรือแดงระเรื่อ เพื่อให้ผิวหน้าแลดูสุขภาพดี มีชีวิตชีวา ซึ่งแท้จริงแล้วในวงการเครื่องสำอางนั้นจะเรียกไอเทมนี้ว่าบลัชเชอร์ Blusher ซึ่งมาจากคำภาษาอังกฤษคำว่า Blush ที่มีความหมายว่า เขินอายจนหน้าแดง แต่ถ้าตามประสาคนไทยที่นิยมเรียกกันนั่นก็คือ บลัชออน นั่นเอง บลัชออน ( Blush on ) นั้นได้จากการนำผงสีมาผสมกับผงแป้งและกรดไขมันจากธรรมชาติ ที่ได้มาจากสัตว์หรือพืชที่จะช่วยให้เนื้อของบลัชออน ( Blush on ) มีความเนียนและนุ่ม เพื่อการใช้งานได้อย่างสะดวก

ในปัจจุบัน บลัชออน ( Blush on ) ที่วางขายกันนั้นสามารถแบ่งประเภทใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภท ดังนี้
1. บลัชออนแบบฝุ่น เป็นบลัชออนประเภทที่ตัวเนื้อมีสัมผัสที่แห้ง เหมาะกับสาว ๆ ที่มีผิวหน้ามัน เพราะจะช่วยดักไขมันส่วนเกินบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี
2. บลัชออนชนิดครีม ด้วยความที่เนื้อของบลัชออนนั้นเป็นเจลกึ่งเหลว จึงเหมาะมากกับสาว ๆ ที่มีผิวแห้ง แต่จะให้ดีสาว ๆ ที่มีผิวแห้งควรเลือกซื้อเลือกหาบลัชออนสูตรที่มีส่วนผสมสำหรับเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าด้วยจะดีที่สุด
3. บลัชออนชนิดน้ำ เนื้อของบลัชออนในกลุ่มนี้จะเป็นแบบเหลว ฉะนั้นควรใช้หลังจากทารองพื้นเรียบร้อยแล้ว บลัชออนประเภทนี้นั้นเหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีผิวแห้งที่ชื่นชอบลุคผิวโกลว์หรือชอบหน้าฉ่ำ ๆ สไตล์เกาหลี ที่ไม่เน้นการลงแป้งฝุ่น แต่ก็มีข้อควรระวังเล็กน้อยสำหรับการใช้ก็คือต้องเกลี่ยให้ดี ก็เพราะว่าถ้าเกลี่ยไม่ดีจะทำให้ผิวหน้าดูด่างเป็นจ้ำ ๆ หมดสวยกันได้เลยนะ
จบท้ายด้วยการเลือกเฉดสีบลัชออน กันสักนิด
ผิวสีขาว ควรเลือกใช้โทนสีเบา ๆ อย่าง ชมพูอ่อน สีชมพูพีช พวกเฉด light coral จะทำให้ได้ลุคที่ไม่ดูแดงมากจนเกินไป ใช้แล้วจะได้ผิวสวยเป็นธรรมชาติมากที่สุด
ผิวสีแทน ควรเลือกใช้โทนสีชมพูกับส้มเหมือนกับสาวผิวขาว แต่ให้เลือกใช้สีที่เข้มขึ้นอีกหนึ่งเฉด เช่นชมพูบานเย็น อย่างเฉด Mauve เป็นต้น
ผิวสีเข้ม ควรเลือกใช้โทนสีสว่างสดใส อย่างเช่นสีแดงเลือดนก สีส้มอิฐ เพื่อช่วยขับผิวของคุณให้ดูเปล่งประกาย สดใส และแลดูมีสีสันมากยิ่งขึ้น
ถึงตรงนี้แล้วเชื่อว่ามือใหม่ทั้งหลายที่ได้อ่านมาตั้งแต่ต้น คงจะได้ประโยชน์จากบทความนี้ไม่น้อย สามารถไปเลือกซื้อบลัชออนให้ตรงกับตัวเองได้มากที่สุด
สนใจสินค้าเพิ่มเติม เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Website
https://www.lancome.co.th/th/make-up/face/blushes-and-bronzers.html
https://www.lancome.co.th

4


ในแต่ละวันเราก็แต่งหน้าแตกต่างกันไปตามความรู้สึก ตามกระแส ตามความเร่งรีบ ถ้ารีบสุด ๆ ก็หน้าสดกันไปเลย เคยอ่านบทความสอนการแต่งหน้าของกูรูคนนึงที่มีผลงานดีงามมาก แต่ข้อแม้ของการแต่งหน้าเยอะมาก อย่างนี้ไม่ได้ แบบนั้นไม่ควร อย่างนี้ไม่เหมาะ คือเรากลับเห็นต่าง เพราะว่าเรามองว่าการแต่งหน้าเหมือนงานศิลป ที่มีความงามในหลากหลายรูปแบบ ชอบแนวไหน ก็แต่งแนวนั้น เทรนด์ไหนอิน เทรนด์ไหนเอาท์ เราไม่ยึดติด เกริ่นซะยืดยาวเลย ในวันนี้เอาความรู้มาฝากสาว ๆ สายบิวตี้กันอีกแล้ว ครั้งนี้ถึงคิวของไอเทมจำเป็นสุด ๆ อย่าง ที่ปัดขนตา (mascara) ว่ามีกี่แบบ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับขนตาของเรา
1.Pointed Wand เป็นที่ปัดขนตาที่มีลักษณะของหัวแปรงแบบ Pointed หรือแบบแหลม ให้ประโยชน์แบบ 2in1 เพียงแค่ปัดขนตาในครั้งแรกก็ทำให้ขนตาดูยาวขึ้นเยอะเลย อย่าลืมใช้หัวแปรงงัดที่ปลายขนตาด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มความงอนให้ขนตาแบบสุด ๆ
2.Curved Wand เป็นที่ปัดขนตา(mascara) แบบหัวแปรงโค้ง เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีขนตาตรง เนื่องจาก mascara ชนิดนี้จะช่วยงัดขนตาให้งอนงาม
3. Ball Wand ที่ปัดขนตา(mascara)รูปทรงกลม ดูแปลกตา สามารถชอนไชเข้าสู่จุดต่าง ๆ ได้ดี ทำให้เนื้อของ mascara เคลือบขนตาได้อย่างทั่วถึง แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยทักษะในการใช้อยู่มากพอควร
4. Cone Wand ที่ปัดขนตาชนิดนี้เหมาะกับสาว ๆ ที่มีขนตาเส้นเล็ก หัวแปรงที่เป็นทรงกรวยจะช่วยให้สาว ๆ ปัดขนตาได้อย่างทั่วถึง แม้กระทั่งส่วนหัวตา ก็ช่วยให้ปัดได้ง่ายขึ้น
5. Rectangle Wand หัวแปรงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบนี้ไม่เหมาะกับการปัดตามซอกมุม แต่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาว ๆ ที่มีขนตาสั้น เหตุเพราะแปรงรูปแบบนี้ จะช่วยให้ขนตาของสาว ๆ ดูหนาและยาวขึ้นได้อย่างง่ายดาย
6. Bubble Wand ที่ปัดขนตาชนิดนี้ตอบโจทย์ในเรื่องความงอน ความเด้ง ช่วยทำให้ขนตาดูมีมิติและดูเป็นธรรมชาติมาก
7. Skinny Wand ที่ปัดขนตาประเภทนี้สำหรับคนที่ขนตาสั้น อยากให้ขนตาดูยาว หัวแปรงยาวแบบนี้แหละที่จะช่วยเพิ่มความยาวและเรียงเส้นได้อย่างสวยงาม
8. MiniTure Wand เป็นที่ปัดขนตาแบบกระทัดรัด สำหรับการัดขนตาล่าง ช่วยให้ปัดขนตาได้อย่างสะดวกโดยที่ไม่ต้องกังวลถึงความเลอะเทอะรอบดวงตาเลย
ในวันนี้ขอนำเสนอเพียงแค่นี้ก่อนนะคะ ในโอกาสต่อไปจะเอาภาพประกอบมาให้ดูกันด้วย แต่สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ตัดสินใจเลือกซื้อที่ปัดขนตาไม่ถูก ไม่รู้จะใช้แบรนด์ไหน แบบไหนดี ก็กดเข้าไปที่ลิงก์ที่เราแปะไว้ได้เลยนะคะ
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/mascara.html
อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ : https://www.yslbeautyth.com

5


แน่นอนเลยว่านอกจากรองพื้นที่มำหน้าที่ช่วยปรับผิวหน้าให้เนียนใสขึ้นแล้วนั้น เครื่องสำอางอีกอย่างหนึ่งที่สาวๆ นั้นจะขาดไปไม่ได้เลยนั่นก็คือแป้ง ทั้งนี้เพราะแป้งนั้นเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่จะทำให้ใบหน้าของเรานั้นแลดูกระจ่างใสขึ้น และยังสามารถช่วยปกปิดริ้วรอย รอยแผลเป็น ช่วยลบเลือนความหมองคล้ำบนในหน้า ช่วยให้ใบหน้าของเรานั้นดูเรียบเนียนมากยิ่งขึ้นแล้ว อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดความมันบนผิวหน้า ให้สาว ๆ อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ นั้นได้สวยเป๊ะ เดินเชิดหน้าได้อย่างมั่นอกมั่นใจตลอดทั้งวัน ในปัจจุบันนี้ ผลิตภัณฑ์แป้งนั้นมีให้เราได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย เช่น แป้งฝุ่นอัดแข็ง แป้งฝุ่น แป้งแบบเนื้อครีม แป้งผสมรองพื้น แป้งกันยูวี  เมื่อมีให้เลือกใช้เยอะ ก็ทำให้เรา ๆ ท่าน ๆ ต้องมากลุ้มใจกันอีก ว่าแป้งชนิดไหนที่จะกำลังดีกับการแต่งหน้าของเรามากที่สุด ถ้าเช่นนั้น คราวนี้ขอเอามาแจกแจงให้ทุก ๆ คนได้รู้จักกันสัก 2 ชนิด ซึ่งก็คือ แป้งฝุ่นอัดแข็ง และแป้งฝุ่น เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าเราแป้งแต่ละชนิดเป็นอย่างไร

แป้งฝุ่นอัดแข็ง Pressed powder
Pressed powder  หรือ แป้งฝุ่นอัดแข็ง  จากแป้งฝุ่นที่ใช้กันทั่ว ๆ ไปนำมาอัดแข็งและบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่พกพาง่ายดาย เพื่อเพิ่มสะดวกต่อการใช้แป้ง เหมาะสมกับคุณที่ผิวหน้าไม่ต้องการปกปิดมากนัก ด้วยเนื้อแป้งที่มีลักษณะละเอียด เบาเหมือนแป้งฝุ่น ทำให้เมื่อตบ ๆ เติม ๆ แล้วไม่ทำให้ผิวหน้าดูหนา ดูหนักหน้า จุดดีของแป้งชนิดนี้ก็คือ ทำให้ผิวหน้าดูเกลี้ยงเกลาขึ้น มีความบางไม่หนักหน้า เหมาะที่จะใช้ในเวลากลางวันเพื่อดูดซับความมันของเครื่องสำอางที่ใช้ แป้งฝุ่นอัดแข็ง (Pressed powder) นี้จะเหมาะกับสาว ๆที่มีผิวธรรมดามากกว่าสาวๆ ที่มีผิวมัน เนื่องจากสาว ๆ ที่มีผิวมัน เมื่อใช้แล้วแป้งอาจจะจับตัวกันเป็นก้อนได้

แป้งฝุ่น
แป้งฝุ่นเป็นแป้งที่มีเนื้อบางเบา ละเอียดมาก มักจะถูกใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการเมคอัพเพื่อทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน ไม่มัน เพราะแป้งฝุ่นจะช่วยดูดซับความมันในขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้า อีกทั้งยังช่วยทำให้สีสันบนใบหน้าเด่นชัดขึ้น และยังช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน เหมาะกับกับสาวๆที่มีผิวที่แพ้ง่าย เพื่อป้องกันการอุดตันจนทำให้เกิดสิวและผิวอักเสบ

เมื่อได้รู้จักกับแป้งทั้ง 2 ชนิดแล้ว เชื่อเหลือเกินว่าทุก ๆ ท่าน คงจะเลือกใช้แป้งที่เหมาะกับสภาพผิว ได้ง่ายขึ้นอีกเยอะเลย เพียงแค่ทำตามข้อแนะนำนี้ พร้อมกับเลือกแป้งที่เหมาะกับสภาพผิวของเรามาที่สุด ผิวหน้าของสาวๆ ก็จะไม่ต้องพบเจอกับปัญหาอีกแล้ว สุดท้ายขอนำเสนอแป้งฝุ่นอัดแข็ง แป้งฝุ่น ผลิตภัณฑ์สุดคูลจากแบรนด์  Yves Saint Laurent Beauté
สั่งซื้อสินค้าได้ที่
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/face/powder.html

6


หนุ่ม ๆ หลายคนมองข้ามเรื่องกลิ่นกาย ต้องบอกตรงนี้เลยนะคะว่า เรื่องนี้สาว ๆซีเรียสนะคะ ไม่ว่าคุณจะมีหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตร มีหุ่นเท่ห์ หล่อล่ำ ซิกแพคงามแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้ามีกลิ่นกาย บอกเลยค่ะว่า ความหล่อเหลาก็ช่วยคุณไม่ได้ ฉะนั้นหนุ่ม ๆ ก็ควรดูแลในเรื่องของกลิ่นตัวให้ดีและข้อสำคัญอีกประการก็คือ อย่าลืมเพิ่มความหอมด้วยน้ำหอมผู้ชายให้กับตัวเองกันด้วยนะ เพื่อเป็นการเพิ่มเสน่ห์ น่าค้นหา น่าอยู่ใกล้ ๆ แต่ถ้าหนุ่ม ๆ คนไหนที่ไม่เคยใช้น้ำหอมผู้ชายมาก่อน หรือต้องการใช้แต่ไม่ทราบว่าจะเลือกใช้แบบไหนที่เหมาะกับตัวเอง ตามอ่านกันต่อได้เลยค่ะ เพราะในวันนี้เราจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับน้ำหอมผู้ชายอย่างละเอียดกันเลย

เทคนิคการเลือกกลิ่นน้ำหอมผู้ชาย มีวิธีการเลือกง่าย ๆ ดังนี้
- ไม่ควรเลือกซื้อน้ำหอมจากการดมกลิ่นเพียงอย่างเดียว ควรลองฉีดหรือแต้มน้ำหอมกลิ่นที่เราเลือกไว้ที่บริเวณข้อมือสักพัก ก่อนจะตัดสินใจซื้อ เนื่องมาจากแต่ละคนจะมีกลิ่นกายเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน เมื่อน้ำหอมผสมกับกลิ่นตัวถึงจะได้กลิ่นที่แท้จริง
- ไม่ควรทดลองน้ำหอมมากจนเกินไป เนื่องจากว่าประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นของเรา จะไม่สามารถจำแนกได้ ทางที่ดีควรลองครั้งละ 2-3 กลิ่น
- ไม่ควรไปเลือกซื้อเลือกหานํ้าหอมในช่วงที่เราเพิ่งจะฟื้นจากอาการเจ็บป่วย ไม่สบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่ม ๆ ที่เพิ่งสูบบุหรี่เสร็จใหม่ ๆ เนื่องด้วยกลิ่นของบุหรี่จะมีผลต่อการรับรู้กลิ่นน้ำหอม ทำให้กลิ่นนํ้าหอมที่เราทดลองนั้นมีกลิ่นที่ผิดเพี้ยนไปจากกลิ่นที่แท้จริง

กลิ่นน้ำหอมที่คุณผู้ชายต้องเลือกใช้
Floral น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นหอมหวาน เหมาะกับหนุ่ม ๆ ที่มีบุคลิกอ่อนโยน รู้สึกสดชื่นเมื่อใช้ น้ำหอมโทนนี้เป็นน้ำหอมกลุ่มใหญ่ที่นิยมผลิตมากที่สุด
Fresh น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นออกแนวหวานอมเปรี้ยว ให้ความรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา และเพิ่มความรู้สึกสดใสให้เราได้ ส่วนผสมก็มักจะเป็นสมุนไพร เฟิร์น มอส ต้นหญ้าสีเขียว และผลไม้
Oriental น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นที่หอมแบบเย้ายวนชวนหลงใหล น้ำหอมกลิ่นนี้เหมาะกับผู้ชายเจ้าเสน่ห์ ชื่นชอบในการเที่ยวในยามราตรี ใช้ชีวิตชนิดโก้หรู น้ำหอมโทนนี้ส่วนใหญ่สกัดจากเครื่องเทศ
Woody น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นหอมแบบสุขุม เท่ห์ๆ แนวอบอุ่นๆ เหมาะสมกับหนุ่ม ๆ ที่ชอบใกล้ชิดธรรมชาติ หลงใหลในท้องทะเล มีความเป็นอิสระ รักการผจญภัยและมีความเป็นนักกีฬาอยู่ในตัวเอง
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหานี้จะเป็นประโยชน์กับหนุ่ม ๆ ทั้งหลายที่มองข้ามในเรื่องของกลิ่นกาย และน้ำหอมผู้ชาย พูดเลยว่า ของมันต้องใช้ ของมันต้องมี มันจำเป็นจริง ๆ นะคะ
ติดต่อสอบถามได้ที่
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/fragrance/men.html
อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ : https://www.yslbeautyth.com

7


The eyes are the windows of the heart. ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ คำ ๆ นี้นั้นใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัยเลยก็ว่าได้ เวลาที่เราสนทนากับใคร เราก็จะต้องมองตาของคน ๆ นั้น การไม่สบตาคู่สนทนานั้นถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ ซึ่งบางทีอาจถูกมองว่าไม่มีมารยาทในการเข้าสังคมไปเลย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องดูแลและให้ความสำคัญกับรอบ ๆ ดวงตาของเรา ไม่ใช่แค่ดูแลแค่ผิวหน้าเท่านั้น ต่อให้หน้าแน่น ผมสวย หุ่นปัง เสื้อผ้าจัดเต็ม แต่ถ้ารอบดวงตาเหมือนหมีแพนด้าก็พังพินาศได้เลย ตรงนี้พูดจากประสบการณ์ตรงของตัวเองเลยนะ เพราะเราเป็นคนที่มีขอบตาคล้ำดำมาตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้ ถูกล้อเลียนว่าเป็นหมีแพนด้ามาตลอด พยายามหาครีมบำรุงรอบดวงตามาใช้ ด้วยความหวังว่าจะช่วยให้รอบดวงตามีสีที่จางลง แต่ก็ไม่เจออายครีมที่ตอบโจทย์เราได้เลย เราเองก็พยายามสรรหาครีมชั้นดีเพื่อมาบำรุงดวงตาเราอยู่เสมอ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เจอสักที จนวันนึงมีพื่อนแนะนำให้เราลองใช้ ครีมบำรุงรอบดวงตา ของแบรนด์ดังอย่าง Yves Saint Laurent Beauté บอกเลยว่าครั้งแรกที่เพื่อนแนะนำให้ลองใช้นั้นไม่อยากใช้เลย ตรง ๆ เลยคือเรารู้สึกว่าราคามันสูงไปสำหรับเรา แต่เนื่องจากโดนตื้อให้ซื้อมาลองใช้ สุดท้ายทนแรงตื้อไม่ไหว ใจอ่อนยอมซื้อจนได้

ด้วยความหวังเต็มเปี่ยมพร้อมเงินเต็มกระเป๋าเดินไปที่ห้าง มองหาเคาน์เตอร์ YSL แล้วจัดการจ่ายเงินซื้อ TOP SECRETS EYE PERFECTOR ด้วยเวลาไม่ถึง 10 นาที เจ้า TOP SECRETS EYE PERFECTOR ครีมบำรุงรอบดวงตา จากแบรนด์สุดหรู ก็มาอยู่ในมือเรา เมื่อภารกิจของเราสำเร็จแล้วก็รีบกลับบ้านสิคะจะรออะไร ผ่ารถติดร่วม 2 ชั่วโมงในที่สุดเราก็กลับถึงบ้านได้อย่างสะบักสะบอม(ชีวิตคนเมืองนี่มันลำบากจริง ๆ) อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ถึงเวลาบำรุงผิวหน้าและรอบดวงตาได้ประเดิม ครีมบำรุงรอบดวงตา สมาชิกใหม่ล่าสุดของโต๊ะเครื่องแป้งเรา สัมผัสแรกที่รู้สึกเลยคือ รู้สึกได้ถึงความชุ่มฉ่ำ ที่รอบดวงตา บอกตรง ๆ ว่า ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตามาหลายตัว แต่ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน หลังจากที่ใช้ไปประมาณ 2 สัปดาห์ รอบดวงตาดูสีจางลง แถมริ้วรอยก็ดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน และที่ชอบที่สุดคือ ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนกว่าเดิมมาก ๆ แนะนำเลยว่าเพื่อน ๆ คนไหนที่มีปัญหาแบบเรา ลองหาซื้อครีมบำรุงรอบดวงตา TOP SECRETS EYE PERFECTOR ตัวนี้มาใช้เลย ของมันต้องมี เพราะว่าของมันดีจริง ๆ ทุกวันนี้เดินสวย ๆ มั่นใจมากกว่าเดิมเยอะเลย
สั่งซื้อสินค้าได้ที่  https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/category/eye-lip-care.html

8


การทำความสะอาดผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคุณ ๆ ที่ชื่นชอบการแต่งหน้าแบบจัดหนัก จัดเต็ม และยังต้องรู้จักกับวิธีการล้างหน้าเพื่อขจัดเครืองสำอางบนหน้าออกอย่างถูกทาง เพื่อไม่ให้เกิดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบนั่นเอง ซึ่งตัวช่วยในการทำความสะอาดผิวหน้าที่เป็นที่นิยมอย่างมากคงจะหนีไม่พ้น โฟมล้างหน้า คลีนเซอร์

ในปัจจุบันนั้นการทำความสะอาดผิวด้วยการใช้โฟมล้างหน้าเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอ เนื่องด้วยเครื่องสำอางในปัจจุบันมีสูตรกันน้ำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้สินค้าที่มีความสามารถในการขจัดสิ่งสกปรก สิ่งตกค้างที่เกิดจากการใช้เครื่องสำอางให้หมดไปจากใบหน้า หลาย ๆ คนเลือกใช้ไม่ถูกระหว่าง คลีนซิ่ง กับ คลีนเซอร์ ว่าคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และต้องใช้อย่างไร ในวันนี้เราจะมาไขข้อกังขาให้กับทุกคน
Cleansing คืออะไร
Cleansing นั้นก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า โดยเอาสิ่งสกปรก คราบมัน รวมไปถึงเครื่องสำอางออกไปค่ะ หากเพื่อน ๆ เป็นคนแต่งหน้า หรือเป็นคนที่ทาครีมกันแดด  แนะนำเลยว่าควรใช้ Cleansing เช็ดทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อรูขุมขนบนผิวหน้าของเราจะได้ไม่มีอาการอุดตัน ซึ่งนับว่าเป็นการป้องกันการเกิดสิวที่ดีที่สุดเลยค่ะ ซึ่งเจ้า Cleansing นี้ก็แบ่งออกเป็นหลายประเภท อาทิ Cleansing Water Cleansing oil หรือ Cleansing lotion เป็นต้น

คลีนเซอร์คืออะไร ?
คลีนเซอร์ก็คือผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดใบหน้า หรือที่คนเป็นส่วนใหญ่เรียกกันว่า โฟมล้างหน้า มีสรรพคุณในการล้างเอาสิ่งสกปรก และคราบความมันบนใบหน้าเราออก
ใช้ คลีนเซอร์ตอนไหน ?
ถ้าใครที่ไม่ได้แต่งหน้าหรือใช้ครีมกันแดดก็สามารถทำความสะอาด ล้างหน้าด้วย คลีนเซอร์ ได้เลย ส่วนใครที่แต่งหน้า หรือทาครีมกันแดดก็ต้องใช้ Cleansing เช็ดหน้า ทำความสะอาดก่อน หลังจากนั้นก็ใช้ คลีนเซอร์ ล้างทำความสะอาดหน้าอีกทีหนึ่งค่ะ
ทริคการจำง่าย ๆ เลยก็คือ Cleansing ใช้ตอนหน้าแห้ง คลีนเซอร์ ใช้ตอนหน้าเปียก
ทั้งหมดนี่ก็คือความต่างระหว่าง Cleansing กับ คลีนเซอร์ นะคะ เลือกใช้กันให้ถูก เพื่อการดูแลรักษาผิวหน้าให้สะอาดค่ะ ขออนุญาตเน้นย้ำกันอีกครั้งว่า หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ทั้งแต่งหน้า ทาครีมกันแดด ก็ควรจะใช้ทั้ง Cleansing และ คลีนเซอร์ ค่ะ เพื่อความสะอาดขั้นสูงสุด รูขุมขนไม่อุดตัน ห่างไกลจากปัญหาสิวในอนาคต แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่แต่งหน้า ใช้คลีนเซอร์อย่างเดียวก็เอาอยู่ แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนใดเลือกไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะใช้ คลีนเซอร์ แบรนด์ไหนดี เราขอแนะนำ คลีนเซอร์ คุณภาพเยี่ยมจาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ ให้เอาไปลองใช้กันนะคะ บอกเลยว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Yves Saint Laurent Beauté เราใช้แทบจะทุกอย่าง ยังไม่เคยผิดหวังกับยี่ห้อนี้เลยสักครั้ง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/forever-youth-liberator-foam.html

9


ใครที่เกิดมามีผิวละเอียด ผิวพรรณสวยก็ถือว่าโชคดีไป แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเกิดมาแล้วมีผิวเนียนสวยกันทุกคน คนที่ผิวไม่สวย มีปัญหาผิวเยอะ วัยที่มากขึ้น ก็ทำให้สภาพผิวเปลี่ยนไปได้เช่นกัน ก็ต้องไขว่คว้าหาวิธีการบำรุง ฟื้นฟูผิวให้สวยเนียนนุ่ม น่าสัมผัส นอกจากพื้นฐานผิวของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกอื่น ๆ อีกมากมายที่คอยทำร้าย ทำลายผิว ดังเช่นแสงแดด มลภาวะจากอากาศ เป็นต้น

หลาย ๆ ท่านรู้จักคำว่า เซรั่มบำรุงผิวหน้า แต่มีอีกหลาย ๆ คนที่ไม่ทราบว่า serum นั้นคืออะไร? มีประโยชน์กับผิวของเราอย่างไร? ในคราวนี้จะมาแจกแจงให้เข้าใจกันแบบง่าย ไม่เน้นศัพท์ทางวิชาการให้มากมาย จะได้ไม่ต้องปวดหัวกัน

serum นั้นเป็นเหมือนผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลในการให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว ให้ประโยชน์ในเรื่องลดรอยแดง รอยดำ ลดเลือนริ้วรอย ให้ความชุ่มชื้น ให้ความกระจ่างใส ช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ เปล่งประกาย ฯลฯ  มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวเหมือนกับครีมหรือโลชั่น แต่จะแตกต่างกันตรงที่ เซรั่มบำรุงผิวหน้านั้น จะมีโมเลกุลที่เล็กกว่าครีมหรือโลชั่น เป็นเหตุให้เซรั่มบำรุงผิวหน้าสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดีกว่าครีมหรือโลชั่น ทำให้ไม่รู้สึกเหนียวที่ผิวหน้า

เซรั่มบำรุงผิวหน้ามีราคาแพง ใช้แล้วคุ้มค่าจริงหรือ?
ต้องยอมรับเลยว่า เซรั่มบำรุงผิวหน้ามีราคาแพง เมื่อเทียบกับกับครีมบำรุงผิวหน้า เซรั่มทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งหากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่เป็นประโยชน์แก่ผิวพรรณแล้วอาจทำให้ผู้ใช้เกิดความสองจิตสองใจในการซื้อเซรั่มบำรุงผิวหน้าได้ แต่ความจริงแล้วเซรั่มบำรุงผิวหน้านั้นมีส่วนประกอบของสารออกฤทธิ์ที่เข้มข้นสูงมาก ในการใช้งานแต่ละครั้งจึงใช้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งทำให้ใช้ได้อย่างคุ้มค่าแน่นอน และเมื่อเปรียบกับผลของการฟื้นบำรุงผิวอันทรงประสิทธิภาพที่ได้รับจากเซรั่มบำรุงผิวหน้าแล้ว พูดเลยการซื้อเซรั่มบำรุงผิวหน้าถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนในการบำรุงผิวหน้าที่สูงขึ้นแต่ก็ได้รับความคุ้มค่ามากที่สุดเช่นกัน

หากท่านยังไม่เคยใช้เซรั่มบำรุงผิวหน้า และไม่ทราบว่าจะใช้เซรั่มบำรุงผิวหน้ายี่ห้อไหนดี ไม่ต้องไปหาจากที่ไหนและไม่ต้องกังวลไป วันนี้เรามีเซรั่มบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุดตัวหนึ่งจากหลายแบรนด์ที่เคยใช้มา มาแนะนำให้ทุก ๆ ท่านได้รู้จักกัน ซึ่งจะเป็นอื่นใดไม่ได้นอกจาก เฟิร์มมิ่งเซรั่ม ซึ่งเป็นเซรั่มสูตรแรกของ Yves Saint Laurent Beauté แค่ชื่อแบรนด์ก็การันตีได้แล้วว่าดีแค่ไหน เฟิร์มมิ่งเซรั่มนั้นอุดมไปด้วย Glycanactif™ ทำให้บริเวณ Y-Shape (ใบหน้า ลำคอและเนินอก) แลดูเต่งตึงยิ่งขึ้น ใช้เป็นประจำเช้าและก่อนนอน

ติดต่อสอบถามได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/category/serums.html

10


"แคปคาร์ ติดตั้งง่ายไม่ต้องเจาะ"

หมดกังวลของปลิว สัมภาระของสำคัญคุณเปียกเสียหายอีกต่อไป
ผ้าใบปิดท้ายกระบะ สำเร็จรูป รุ่นใหม่ล่าสุด
ไม่เจาะรถ ไม่ต้องทากาว ไม่ใช้ถอดเก็บได้ง่าย
#ของแท้#แคปคาร์#capcar#ระวังของเลียนแบบ
ติดตั้งเองได้ภายใน10นาที ท้าพิสูจน์ คลิกดูเลย
https://youtu.be/EJr8B0eBMeQ
ดาราการันตี
https://youtu.be/vOjpYz89cRM

ผ้าใบปิดกระบะพร้อมคาน (ป้องกันตกท้องช้าง)
สินค้ามีพร้อมส่งฟรี #ระวังของลอกเลียนแบบ
ไลน์ : @capcarthai (ต้องมี@ด้วยนะคะ)
Facebook : https://www.facebook.com/thecapcar2012
หรือกดลิงค์ช่องทางติดต่อ http://line.me/ti/p/[email protected]
โทรศัพท์ : 0870704499, 0819198555


** จัดส่งสินค้าฟรี เก็บเงินปลายทาง **
รถสี่ประตู (3คาน) 2,300.-
รถแคป (4คาน) 2,500.-















11


ปล่อยให้เพื่อน ๆ เค้ารีวิว VOLUPTÉ TINT-IN-BALM กันไปก่อนหน้าตั้ง 2 ปี นับจากวันที่เปิดตัว วันนี้รู้สึกว่าตัวเองนั้นมีอาการค้นไม้คันมืออยากจะมารีวิว ลิปทินท์ ลิปบาล์ม จากแบรนด์สุดหรูตัวแม่อย่าง Yves Saint Laurent Beauté กับเค้าบ้าง คงไม่สายเกินไปเนอะ ปกติแล้วเราติดใจเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวยี่ห้อ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ อยู่มาก ๆ เลย เรียกว่าไอเทมที่จำเป็นต่อความงามของเรา ที่โต๊ะเครื่องแป้งนั้นมีผลิตภัณฑ์จาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้  เกินกว่าครึ่งเลย เกริ่นมาซะยาวเชียว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

VOLUPTÉ TINT-IN-BALM  ลิป 2in1  สาวกลิปสติกเนื้อทินท์บอกเลยว่าต้องมีไว้ในคอลเลคชั่น และในครั้งนี้ทางแบรนด์นั้นได้เพิ่มค่าบำรุงจากลิปบาร์มช่วยให้ริมฝีปากเราชุ่มชื่นมากขึ้นอีกด้วย ได้ทั้งความสวยงามและบำรุงริมฝีปากไปพร้อม ๆ กันเลย เนื้อลิปสติกเป็นเนื้อใส ๆ แวว มีเนื้อสีแน่นมาก ๆ แต่หัวใจของลิปสติกตัวนี้เลยคือช่วยทำริมให้ฝีปากของเรานั้นดูอวบอิ่ม ลิปตัวนี้นั้นออกแบบมาเพื่อให้ใช้ได้กับลุคใส ๆ สบาย ๆ (ซึ่งเหมาะกับเราเป็นอย่างมาก สวย ใส ไร้สตางค์) สำหรับท่านใด ที่ไม่ชอบแต่งหน้าแบบจัดหนัก เพียงแค่ใช้ ลิปทินท์ จาก Yves Saint Laurent Beauté ตัวนี้ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ริมฝีปากของเพื่อน ๆ ดูอวบอิ่มมีสีสัน ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ในส่วนของ Packaging ก็ตามสไตล์ของ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ เลยค่ะ สวยอย่างเดียวไม่ได้นะ แต่มันต้องดูเริศหรู และมันต้องดูแพง ในคอลเลคชั่นของ VOLUPTÉ TINT-IN-BALM  นั้นมีเฉดสีให้เลือกมากมายถึง 12 เฉดสี เดิมทีคิดว่าจะซื้อให้ครบทั้ง 12 เฉดสี เนื่องจากคิดว่าจะเอาแต่ละสีมาลองใช้และมารีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน แต่เอาเข้าจริง ๆ มันก็มีหลายสีที่ไม่เหมาะกับเราเท่าไหร่ จึงซื้อมากเฉพาะสีที่เราชอบมาใช้เท่านั้น เบอร์ที่เราถูกใจมากที่สุดเป็นเบอร์ 9   ชื่อสีว่า TEMPT ME PINK ซึ่งถ้ามองสีลิปจากในแท่งเหมือนจะออกไปทางสีส้ม ๆ แต่พอทาแล้วเป็นสีชมพู เนื่องจากทิ้นท์ที่เป็นรูปปากข้างในเป็นสีชมพู ทาวนไปเรื่อย ๆ ก็จะได้ระดับความเข้มของสีที่เพิ่มมากขึ้น พอใจกับสีที่ได้แล้วก็หยุด ในเรื่องความติดทนนานนี่เราให้ 10 คะแนนเต็มกันไปเลย ส่วนกลิ่นนั้นรู้สึกได้ถึงกลิ่นพีชในระดับกลาง ๆ ไม่แรงมากไป แท่งล่าสุดที่เพิ่มซื้อมาเป็นแท่งที่ 3 แล้ว บอกเลยว่าประทับใจมาก ๆ ท่านใดที่อยากดูเฉดสีในคอลเลคชั่นของ VOLUPTÉ TINT-IN-BALM  สามารถกดเข้าไปดู หรือเข้าไปสั่งซื้อกันได้ที่ลิงก์ด้านล่างที่เราแปะไว้ให้ได้เลยนะคะ
https://www.yslbeautyth.com/th/volupt-eacute-tint-in-balm.html

12
ให้เช่าถัง ขนาด 1,000 ลิตร สำหรับงานสงกรานต์ มีใบกำกับภาษี
ถังน้ำสำหรับงานสงกรานต์ สำหรับการจัดงานและร้านค้าขนาดใหญ่ ที่ต้องการสำรองน้ำ
ถังบรรจุขนาด 1,000 ลิตร สามารถต่อเชื่อมกันได้ไม่จำกัด
ประหยัดพื้นที่ ติดตั้งสะดวก ใช้งานสะดวก

ทีมงานยินดีบริการและให้คำปรึกษา
ติดต่อ 0814458669 , 0944541994 , 0897806866 , 0951616266
ไลน์ ไอดี : @BULK1000
เว็บไซต์ : www.ให้เช่าถัง.com
เฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/Rentaltank












ให้เช่าถัง

13


รับจำนำทะเบียนรถไม่ต้องจอดรถ ไม่เช็คเเบล็คลิสต์ ไม่ตรวจสอบเครดิตบูโร อนุมัติด่วนทันใจ รู้ผลรวดเร็วภายใน 1 วัน
ให้บริการทำสัญญาถึงที่ สะดวก ง่าย รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก รับรีไฟเเนนซ์รถยนต์ ให้สินเชื่อรถยนต์ รีไฟเเนนซ์ ย้ายไฟเเนนซ์ ปิดบัญชี ปรับโครงสร้างหนี้ จำนำเล่มทะเบียน รับรถ เก๋ง รถกระบะ รถบรรทุก 4-10 ล้อ ดำเนินงานโดยยึดหลักคุณธรรม ซื่อสัตย์เเละซื่อตรง ยินดีให้คำปรึกษาด้วยความจริงใจ

ง่ายที่สุด เอกสารที่ใช้ประกอบการขออนุมัติสินเชื่อใช้แค่เพียง
สำเนาบัตรประชาชน เเละ สำเนาทะเบียนบ้านเท่านั้น
(สำหรับท่านที่ประกอบอาชีพ อิสระ ที่ไม่มีสลิปเงินเดือน / ค้าขาย หรือรับค่าจ้างเป็นเงินสด)


ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

14


สภาพอากาศในปัจจุบันนั้น เป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะ ปัญหามลพิษหรือฝุ่นควัน ที่ตอนนี้ไม่ได้เจอปัญหาแค่คนในเมืองใหญ่ แต่ปัญหามลพิษต่างๆเหล่านี้กระจายออกไปสู่ หลาย ๆ จังหวัดทั่วประเทศไทย และนอกจากอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย ซึ่งเป็นผลกระทบ จากการมีปัญหามลพิษทางอากาศในขณะนี้ ยังมีปัญหา ที่จะเกิดขึ้นกับผิวหนังของเรา จนทำให้เกิดผดผื่นหรือเกิดอาการแพ้อาการระคายเคืองได้ นอกจากนี้เมื่อรับพิษทางอากาศรวมถึงแสงแดดรังสี UV ยังทำให้ ผิวของเรานั้นดูหยาบกร้าน ขาดความชุ่มชื้น และยังมีปัญหาผิวอื่นๆอีกมากมายตามมา แต่เราสามารถปกป้องปัญหาผิว ที่เกิดจากมลภาวะต่างๆได้ด้วยการเลือกใช้ สกินแคร์ ที่ดีและมีคุณภาพนั่นเองค่ะ
สกินแคร์ สำหรับการดูแลผิว
ในปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์มากมายหลายแบรนด์ สำหรับการดูแลและปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงแดด แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้น เหมาะกับเราหรือไม่หรือมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ดังนั้นวันนี้ เราลองมาดูกันค่ะว่าเราควรจะเลือกใช้สกินแคร์ อย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลผิว
- ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นมอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน เลือกซื้อเป็นโลชั่นเพื่อบำรุงผิวเพิ่มความชุ่มชื้น เพื่อที่จะช่วยลดปัญหาผิวแห้งหยาบกร้านอันเป็น ผล มาจากสาเหตุของการที่เราอยู่กลางแดดหรือต้องโดนรังสียูวีรวมไปถึงมลพิษทางอากาศอีกด้วย
- สกินแคร์ที่ดีนั้น ต้องสามารถใช้ได้ กับทุกส่วนของร่างกายไม่ว่าจะเป็นบนบริเวณใบหน้าหรือลำตัว ทั้งแขนและขา เพราะแน่นอนว่า ถ้าหากผลิตภัณฑ์ในการบำรุงผิวสามารถการันตีได้ว่าเราใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายก็หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆเป็นสูตรอ่อนโยนและผลิตมาจากธรรมชาติจริงๆ ไม่อย่างนั้น อาจจะจำกัดการใช้เฉพาะที่ไปแล้ว ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่การันตีได้ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวอย่างแท้จริง
- การเลือกใช้สกินแคร์ เราควรจะคำนึงถึง ประเภทของผิวเป็นหลัก ว่าตัวเรานั้นมีผิวประเภทใด ซึ่งในส่วนของการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ จะต้องสามารถตอบโจทย์และเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิว เพราะว่าถ้าหากเราผิวแห้ง แต่เรากลับไปเลือกใช้ มอยเจอร์ไรเซอร์ แบบบางเบา ซึ่งอาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ ปัญหาผิวของเราได้นั่นเอง
- นอกจากนี้สิ่งที่ทุกท่านควรจะต้องคำนึงถึง ในการเลือกใช้ Skin care ไม่ว่าจะเป็น สำหรับผิวกายหรือผิวหน้าก็ตาม ควรจะดูถึงส่วนประกอบหลัก ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์นั้นด้วยว่าเป็นส่วนประกอบที่ทำมาจากธรรมชาติ ตามที่ได้มีการโฆษณาไว้หรือไม่ ถ้าหากเราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตัวใดก็ตาม แล้วมีส่วนผสมของสารเคมีหรือสารอันตรายที่เราอาจจะเกิดอาการแพ้ ย่อมไม่เป็นผลดี ในการดูแลผิวแน่นอน และที่สำคัญคือ ผลิตภัณฑ์ต่างๆต้องสามารถตอบโจทย์ ให้เราได้อย่างหลากหลาย
สนใจสินค้าสามารถเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kiehls.co.th

15


เริ่มแล้ว มิสพลาเน็ทไทยแลนด์ชูชุดประจำชาติผ้าคราม Original indigo of Thailand ที่มีชื่อว่า เทพกระษัตรี"ผาแดงนางไอ่ Thai Legende  อวดพิภพโลกนางงาม รักษ์โลก มิสพลาเน็ท 2019 ที่ประเทศกัมพูชา เปิดตัวชุดอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 09.00 - 11.30 น. ณ ห้องศรีพูนทรัพย์ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ ศรีวรา วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จัดโดย : บริษัทสุขที่สุด คอนเท้น และ มิสพลาเน็ท อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ โดยมีคุณกระแต ทิวาพร เทศทิศ  ผู้ประกาศข่าว และผู้ดำเนินรายการนักข่าวสาย Art &Culture , นักจัดรายการโทรทัศน์ เป็น ผู้ดำเนินรายการ
ในกิจกรรมนี้ยังได้รับเกียรติจากท่าน เอกอัครราชทูต สุรพล มณีพงษ์ ในฐานะอุปนายกสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชาและรองประธานสภาธุรกิจไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นสมาคมที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของกระทรวงการต่างประเทศ ท่านเป็นอดีตเอกอัครราชทูต ประจำกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงต่างประเทศ



ท่าน เอกอัครราชทูต สุรพล มณีพงษ์ ได้ขึ้นกล่าวว่า "ปี 2562 นี้ เป็นปีที่ประเทศไทย ดำรงตำแหน่ง ประธานอาเซียน กิจกรรมหลายๆ อย่างที่จัดขึ้นโดยประเทศไทยและคนไทย จึงมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยในอาเซียนและประชาคมโลก ดังนั้นการที่ คุณ มาริสา เป็นตัวแทนนางงามรักษ์โลก จากประเทศไทย จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความตระหนักและความมุ่งมั่นของไทยในการรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ การเดินทางไปร่วมการประกวดที่กรุงพนมเปญ ก็ยังจะเป็นโอกาสดี ที่คุณมาริสา จักได้เป็นตัวแทนในการนำศิลป วัฒนธรรมไทย ตลอดจน ประสบการณ์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของไทย ไปเผยแพร่ให้กับชาวกัมพูชา และประชาคมโลกได้รับรู้ต่อไปด้วย     สุดท้ายนี้ ผมขอแสดงความยินดีและชื่นชมในความสำเร็จของการจัดการประกวดนางงามสิ่งแวดล้อม หรือ นางงามรักษ์โลก ของไทย และขอให้คุณมาริสา พลธิราช ประสบความสำเร็จสูงสุดในเวทีการประกวด Miss Planet International 2019 ต่อไปด้วยครับ"



คุณคุณอ้น-ธิสุทธิศรีสุด ประธานบริหาร Miss Planet international Thailand  ได้แถลงว่า "กองประกวด MISS PLANET INTERNATIONAL THAILAND 2019 เรามีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดัน รณรงค์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอนุรักษ์และส่งเสริมทรัพยากรในด้านสิ่งแวดล้อม Beautiful of The PLANET และสนับสนุนอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประเทศไทยและทั่วโลก

นางงามต้องสวยด้วยหัวใจด้านในและต้องสวยงามทุกตารางเมตรบนอาณาเขตที่คุณยืนอยู่บนโลกใบนี้ เวทีเฟ้นหา นางงามรักษ์โลกทั่วโลกสู่พิภพโลกพลาเน็ท กิจกรรมทั้งหมดของเราต้องสอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย ที่เป็นมรดกตกทอดทั้งในด้านโบราณสถานโบราณ โบราณวัตถุและประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local wisdom)ความเชื่อสืบทอดที่มีมรดกทางวัฒนธรรมโดดเด่น และเพื่อการสร้างคน สร้างสังคมพร้อมเผยแพร่ภาพลักษณ์ภูมิปัญญาไทยผ่านงานวัฒนธรรมสู่สายตาชาวไทยและชาวต่างประเทศทั้งยังส่งเสริมสำนึกความเป็นไทยวิถีถิ่นวิถีไทยและสนับสนุนความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงาน และกิจกรรมสร้างสรรค์ทุกรูปแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  ทั้งนี้ กองประกวด MISS PLANET INTERNATIONAL THAILAND มีกิจกรรมการประกวดเชิญชวนนักออกแบบไทย ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดในโครงการ การประกวดออกแบบ ชุดประจำชาติ มิสพลาเน็ทไทยแลนด์2019

เวทีในการแสดงฝีมือและศักยภาพของดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่เข้าร่วมประกวดออกแบบเครื่องแต่งกายให้สอดคล้องกับนางงามคุณกุ๊กกิ๊ก มาริสา อัตลักษณ์ตัวตนนางงามอย่างแท้จริง ที่มาจากสกลนคร  เราจึงเลือก Indigo ฟ้าสีคราม โลกสีคราม Blue Planet จึงเป็นตรีมหลักของเราสำหรับนางงามพลาเน็ทของเราในปีนี้

ดังนั้นเราได้เล็งเห็นว่าการนำผ้าครามไทยมาออกแบบในแนวคิด Thai Legend จะช่วยจุดประกายให้คนหันมาใช้ผ้าครามไทยซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาติและภูมิปัญญาชาวสกลนครแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ให้มีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพให้สาธารณชนได้รับรู้และเพื่อให้เกิดกระแสนิยมอยากสวมใส่เครื่องแต่งกายด้วยผ้าครามไทย อีกทั้งยังเกิดการการตุ้นและปลูกจิตสำนึกแก่นักเรียน นักศึกษา นักออกแบบและประชาชนทั่วไปให้เกิดความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าแห่งศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยไทยในระดับต่างๆ พร้อมกันนี้ยังเป็นช่องทางที่ทำให้ผ้าครามไทยได้รับการเผยแพร่ให้นานาประเทศได้รู้จักอีกด้วยและชุดประจำชาติที่มิสพลาเน็ทไทยแลนด์ กุ๊กกิ๊ก มาริสา จะใส่ขึ้นไปประชันความงามกับหญิงสาวอีก 65 ประเทศทั่วโลกคือชุด เทพกษัตรี-ผาแดงนางไอ่ Thai Legendeชุดนี้ออกแบบโดย ขมิ้น -ธีรภัทร คชพันธ์  อาชีพดีไซน์เนอร์และตัดเย็บชุดโดยคุณผักกาด-ประภากาศ อังศุสิงห์"



ขมิ้น -ธีรภัทรพูดว่า

"สาเหตุที่เลือกตัดเย็บชุดประจำชาติออกมาเป็น เทพกษตรีนางไอ่Thai Lagendeก็เพราะว่า เลือกยกเอานิทานพื้นบ้านที่เล่าสืบทอดกันมาในสังคมวัฒนธรรมไทยในจังหวัดต่างๆของไทย คือความเป็นไทยที่มีมานาน ทั้งในด้านของวัฒนธรรม อารยธรรม และวิถีชีวิตของคนไทย มาโยงให้สอดคล้องกลมกลืนกับ ภูมิลำเนาของนางงาม กุ๊กกิ้ก มาริษา คือ จังหวัดสกลนคร ทั้งนี้ จึงได้นำตำนานรัก “ผาแดงนางไอ่”  “หนองหารหลวง” เมืองสกลนคร มานำเสนอถ่ายทอดผ่านทางชุดประจำชาติไทยร่วมสมัยไท - สกลสู่สากล โดยผ่านกระบวนการออกแบบผสมผสาน ระหว่างวัฒนธรรมอีสานเข้ากับเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นสูง  ดิ้นสีทองปักลวดลายเล่าเรื่องลงบนผืนผ้า โดยได้ หยิบนำบางช่วงบางตอนในตำนานขณะที่ท้าวผาแดงพานางไอ่คำหนีจากพญานาคหางของพญานาคตวัดกอดเกี่ยวรัดเอาร่างของไอ่คำ ออกจากอ้อมกอดท้าวผาแดงจมหายลงไปในแผ่นน้ำ อดีตมหานครที่ยิ่งใหญ่ที่เคยรุ่งเรืองกลับกลายมาเป็นหนองน้ำใหญ่โดยได้นำผ้าครามลายน้ำไหล มาสื่อถึงสัญลักษณ์ของหนองหาร   ศิราภรณ์ศรีษะได้แรงบันดาลใจมาจากพระธาตุเชิงชุมล้อมรอบด้วยรัศมีวงกลมสื่อถึงพระศรีอริยเมตไตรย์ที่เสด็จมาโปรดตัดสินคดี   จึงทำให้วิญญาณทั้งสามได้หลุดพ้นจากโซ่ตรวนแห่งความทุกข์ทรมาน  โดยโครงสร้างทั้งหมดของชุดคำนึงถึงรูปร่างบุคลิกของ กุ๊กกิ๊ก มาริสา ผู้สวมใส่ให้มีท่าทีที่สง่างามแฝงไปด้วความโก้หรูเข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นไทย ความเป็นสกลนคร  ที่ได้ซุกซ่อนไว้ในทุกส่วนของการออกแบบ  เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์อันดีให้กับ ท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร และวงการผ้าครามไทยผ่านการออกแบบเครื่องแต่งกายแบบร่วมสมัยซึ่งคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้ด้วย"



กุ๊กกิ๊ก มาริสา[/b]]กุ๊กกิ๊ก มาริสา  เปิดใจของเธอว่า
"ดิฉันหวงแหนและรักธรรมชาติที่เติบโตคู่กับบ้านเกิดของดิฉัน หมู่บ้านของดิฉันทำหัตถกรรมเกี่ยวกับผ้าย้อมสีธรรมชาติ ตั้งแต่รุ่นคุณทวดคุณยายจนมาถึงและคุณแม่ ดิฉันตื่นเต้นดีใจมาก ขนลุกเมื่อได้เห็นชุดในแวบแรกจากแบบ อยากจะใส่ชุดเร็วๆ วันนี้ถึงเวลาแล้วค่ะ ได้ใส่ชุดแล้ว เหมือนตัวเองอยู่ในเทพนิยาย  ภูมิใจที่สุดกับชุดนี้ค่ะขอบคุณผู้ออกแบบและตัดเย็บชุดสวยๆ ให้ กุ๊กกิ๊ก ได้ใส่ขึ้นอวดชาวโลกนะคะ ขอบคุณ King Power ที่สนับสนุนผ้าครามมาตลอดค่ะ ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยไทยสู่สายตาสากล ค่ะ ดิฉันเชื่อว่าหัวใจสำคัญของความงาม มิสพลาเน็ท ก็คือการที่สตรีไทยและสตรีทั่วโลกมีส่วนร่วมในชุมชนของตนเพื่อช่วยกันรักษา ความงามของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวค่ะ และสอดคล้องกับวิถีเดิมของท้องถิ่นนะคะ โลกของเราปราศจากความงามไม่ได้ นี่คือความเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติไทยที่งดงามอย่างหนึ่งของชุมชนของดิฉันค่ะ"

นอกจากการเปิดตัวชุดแล้วในกิจกรรมนี้ยังได้รับเกียรติจากคุณธนิตย์ จิตนุกูล นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย Producers, ผู้กำกับภาพยนตร์ ร่วมมือกับ มิสพลาเน็ท ไทยแลนด์ เปิดโครงการประกวดภาพยนตร์สั้น MISS PLANET หัวข้อ สตรี...พลังรักษ์  (The Planet Thailand Short Film Competition) คุณกระแต ทิวาพร ผู้ดำเนินรายการ มีคำถามว่า นางงามกับหนังมาเจอกันได้อย่างไร?



คุณธนิตย์ จิตนุกูล (พี่ปื๊ด) ได้กล่าวว่า "สมาคมเราสนใจจัดประกวดภาพยต์สั้นนี้กับมิสพลาเน็ทก็เพราะว่า เราก็อยากมีโลกสวยสังคมงาม สิ่งแวดล้อมดี มีลมหายใจสดชื่น แล้วผู้ที่จะแสดงออกได้เหมาะสมที่สุดก็คือ "ผู้หญิง" ความสวยของสตรีหยุดโลกทั้งใบ ให้สวยงามได้ครับ เราก็เชื่อแบบนั้นเหมือนกัน เมื่อวงการนางงามมาเชิญเรา ก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราสนใจอยากจะร่วมด้วยเพราะเหมาะกับกิจกรรมสังคมที่เราอยากจะทำอยู่ครับอย่างน้อยเราได้ช่วยสังคมผ่านการสื่อสารเล่าเรื่องโดยภาพยนต์และเป็นการชวนไปท่องเที่ยวชมวัฒธรรมเมืองรอง ในไทย อีก55 จังหวัดอีกด้วยครับ

นางงามต้องรักษ์โลก  นอกจากเป็นนางงามต้องสวย เก่ง มีความสามารถแล้ว นางงามยุคใหม่ยังต้องมีจิตสาธารณะอีกด้วย บทบาทสตรี MISS PLANET  ภาพยนตร์สั้นทุกเรื่องจะส่งเสริมให้สตรีมีบทบาทในการขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรของชุมชน ท้องถิ่น และประเทศสวยด้วยรักจากความงามธรรมชาติช่วยดูแลรักษ์โลกของเราให้น่าอยู่ขึ้นบนพื้นฐานของการมีจิตสำนึกร่วมกันที่ว่า ต้นทุนทางธรรมชาติอันงดงามบนโลกทุกอย่างคือต้นทุนทางชีวิตของทุกคน และสอดคล้องกับวิถีของชุมชนอันจะนำมาซึ่งความรู้สึกเป็นเจ้าของและการยอมรับในสังคมยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยไทยสู่สายตาสากลภาพยนตร์สั้นทุกเรื่องจากโครงการนี้จะสามารถจุดประกายให้สังคมหันมาให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนให้สตรีเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในทุกระดับ อีกทั้งกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนหันมาดูแลสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น"

คุณกระแต ทิวาพร ผู้ดำเนินรายการ กล่าวขอบคุณ ผู้ร่วมงาน และผู้สนับสนุนกิติมศักดิ ได้แก่Dermaster (เดอมาสเตอร์) สถาบันเพื่อสุขภาพเสริมความงามครบวงจร ระดับเวิลด์คลาส
ขอบคุณ นพ.ณรงค์เดช  เจียรพีพันธ์ ให้เกียรติร่วมงาน
น้ำผลไม้มาลี บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท คิงเพาเวอร์  (King Power International Group) สนับสนุนผ้าย้อมคราม
สถาบัน พีระไหมไทย สกลนคร ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมแฟชั่นผ้าทอ
บริษัทสุขที่สุด คอนเท้น
เอกอัครราชทูต สุรพล มณีพงษ์ อุปนายกสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา
กระทรวงการต่างประเทศ
คุณธนิตย์ จิตนุกูล นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย
คุณเชาวลิต เชื้อบางยาง บริษัท Advance Interfreight Service Co., Ltd.
คุณสมภพ ฤทธิกุลประเสริฐ โรงพยาบาลสัตว์เพทแองเจิ้ล Pet Angelz Animal Hospital

หลังจากที่ได้เห็นชุดประจำชาติของไทยกันแล้ว ก็อย่าลืมไปเชียร์ กุ๊กกิ๊ก มาริสา ตัวแทนประเทศไทยที่ได้ไปประกวดมิสพลาเน็ทอินเตอร์เนชั่นแนล 2019 กันด้วยนะคะ แถมปีนี้การประกวดจัดขึ้นที่เมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชาเพื่อนบ้านเรานี้เอง ในวันที่ 1 มีนาคม 2562 ถ่ายทอดสดทางทีวีช่อง CTN  ประเทศกัมพูชา เวลา 08.00 - 11.30 น. อย่าลืมส่งแรงใจไปเชียร์กันเยอะๆ ค่ะ
ประเทศไทยสามารคติดตามชมและเชียร์ผ่านทางออนไล์ เพจ MissPlanetthailand ได้เลยคะ















































ดูคลิปวีดีโอได้ที่
https://www.youtube.com/watch?v=PeINiXpbRU8
https://www.youtube.com/watch?v=nmA5EKrdv4E
https://www.youtube.com/watch?v=-KoLYyk8wNo

หน้า: [1] 2